ต่างคนต่างรอ...HOSU MINJAE

posted on 18 Aug 2008 22:56 by momo-rina  in SF-TVXQ
ตอนเดียวจบค่ะ อ่านแล้วคงจะงงเน้อ

Edit ขอใบ้หน่อย คือว่าสีม่วงเป็นอดีตนะคะ มาอ่านซ้ำแล้วคิดว่าคงจะงงหนักกันแน่ๆเลย - -"


โดโซะ

เพลง ต่างคนต่างรอ friday


....ต่างคนต่างรอ...

by rina


HOSU MINJAE


เรื่องเก่าๆซ้ำๆ คำถามเดิมๆซ้ำๆ
กี่ทีที่ถาม มันก็ยังเหมือนเคย


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ผิวที่ขาวราวกับกระเบื้องเคลือบเนื้อดี

......ดูเปราะบางถึงเพียงนั้น........

แจจุงระบายลมหายใจออกมาจากริมฝีปากสีระเรื่อ ทั้งๆที่หิมะมันสวยขนาดนี้ แต่หัวใจของชายหนุ่มกลับเจือไปด้วยรสขม

..รสขมของคำว่า..รัก....

“พี่แจจุง ทำไมไม่ใส่เสื้อ”เสียงนุ่มนวลของชางมินดังขึ้นพร้อมกับวางเสื้อคลุมบนไหลบาง

....อ่อนโยนถึงเพียงนั้น.......

แจจุงหันไปฝืนยิ้มให้กับร่างสูงก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณเบาๆ

ความรู้สึกของชางมินไม่เคยเปลี่ยน มันมากมายจนคนที่ไร้หัวใจอย่างคิม แจจุงไม่คู่ควร

อย่ารักพี่อีกเลย..ชางมิน..

..................

‘หัวใจของชายหนุ่มเจ็บจนชินชา’

ชางมินอ่านประโยคในหนังสือนิยายเล่มหนา

จริงเหรอ ที่หัวใจเราจะเจ็บจนชาได้

แสดงว่าตอนนี้เขายังไม่ได้เจ็บมากมายอะไรใช่ไหม

มันถึงยังเจ็บทุกครั้ง

ทุกครั้ง ที่พี่แจจุงบอกว่ารักคนๆนั้น

....................

เพราะเธอจะตอบซ้ำๆ ในหัวใจเธอไม่มีฉันเลย
เธออยากจะรอแต่เขา


หิมะตกแล้ว...

คนๆนั้นเคยบอกว่ารักท่ามกลางหิมะสีขาว

เคยจูบ เคยกอด ในวันที่หิมะตก

ไม่มีแล้ว คนๆนั้น ทิ้งไว้เพียงซากที่ไร้วิญญาณชื่อคิม จุนซู

หายใจต่อไป เพื่ออะไร

.................

ยุนโฮทิ้งของทุกอย่างที่ซื้อมาไว้หน้าประตูก่อนจะวิ่งไปนอกระเบียงคว้าร่างบางเข้ามากอดไว้

หัวใจราวกับจะหยุดเต้น

“อย่าตายนะจุนซู อย่าตาย”กระซิบเสียงสั่นก่อนจะอุ้มคนที่หายใจรวยรินเข้ามาในห้อง

ผิวเย็นเยียบของจุนซูราวกับจะตอกย้ำอีกครั้ง

ตอกย้ำให้รู้ว่า ไม่ใช่ชอง ยุนโฮหรอก ที่จะทำให้คนๆนี้อบอุ่นได้

เพราะมีเพียงแค่คนๆเดียวเท่านั้น คนเดียวจริงๆที่จะทำให้จุนซูหายใจต่อไปได้

........................


แต่ต่อให้ใจฉันช้ำ ก็ยังอยากจะบอกซ้ำๆ
ให้คำทุกคำที่มีอยู่ข้างใน
คอยกล่อมใจเธอทุกครั้ง จนลืมเขาไป


“พี่แจจุง ..พี่แจจุง...”ชายหนุ่มร้องเรียกไม่หยุดขณะที่เดินวนเวียนตามหาอีกฝ่าย

หัวใจร้อนรนราวกับมีไฟสุม เมื่อพบว่าข้างกายว่างเปล่า

ปฏิเสธว่าคงไม่ใช่ แต่ความเจ็บปวดนี้มีความหมายเพียงอย่างเดียว

พี่แจจุง ทำไม....

..................

ชางมินเดินอย่างไร้เรี่ยวแรง ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนๆนี้จะมาที่นี่

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่แจจุงนั่งขดตัวอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนี้

..ต้นไม้ของเรา..เสียงเศร้าๆของพี่แจจุงหวานได้ถึงเพียงนั้น

ทั้งๆที่คุณเป็นแค่ความทรงจำ แต่กลับมีอิทธิพลกับพี่แจจุงมากขนาดนี้

ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาขอไม่รักพี่แจจุง เพราะมันเจ็บปวดเกินไป

เจ็บปวดเกินไปที่จะรักคนไร้หัวใจอย่างพี่แจจุง

.................

“ชางมิน”เสียงสั่นเครือของคนในอ้อมแขนบอกให้รู้ว่าคนๆนี้กำลังร้องไห้

“ทำไมไม่เรียกผมหล่ะครับ มาคนเดียวผมเป็นห่วงนะ”ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนให้แน่นเข้า หวังจะซับน้ำตาของคนๆนี้เอาไว้

“หิมะตกหนักจังเลยนะ กลับไปในบ้านดีกว่า เดี๋ยวพี่ยุนโฮเป็นห่วง”ชางมินกระซิบ

“พี่เหนื่อยจังเลย ชางมิน”เสียงหวานเศร้าจนคนฟังใจหาย

“ผมรักพี่ รักพี่แจจุง อย่าร้องนะครับ”ดวงตาของชางมินพร่ามัวเมื่อมันเอ่อไปด้วยหยดน้ำ

พี่ครับ ผมรักพี่ ได้ยินมันบ้างรึเปล่าครับ

จะนานแสนนาน นานเท่าไหร่
กว่าใจของเธอจะได้ลืมเขา


คุณคิดว่า การรอคอยใครสักคนมันเหนื่อยไหม

ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ก็ยังเฝ้าบอกตัวเองซ้ำๆว่าอาจจะ…

อาจจะมีซักวันที่เขาจะมองเห็นคำว่ารัก

มันต้องใช้ความพยายามสักเท่าไหร่ถึงจะพอ

“ดูแลตัวเองดีๆนะครับ”

แจจุงเงยหน้ามองคนที่ยืนตรงหน้า แจจุงยิ้มให้กับชายหนุ่ม

รอยยิ้มที่แสนสวยงาม แต่กลับทำร้ายให้ร่างสูงเจ็บจนร้าว

“โชคดีนะ ชางมิน”

“ผมจะไม่มาเจอพี่อีกแล้ว”

แววตาเจ็บปวดของเขาขัดกับถ้อยคำที่ดูไร้เยื่อใย..แจจุงรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนยามที่ล่ำลา

ใช่ว่าเขาจะไม่รู้

เสียงปิดประตูทำให้ห้องนอนแห่งนี้กลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง

“ขอบคุณนะ”แจจุงเอ่ยเบาๆให้คำขอบคุณล่องลอยไปตามสายลม

ชางมิน น้องชายคนสำคัญ แจจุงไม่แน่ใจระหว่างยุนโฮกับชางมินเขารู้จักใครก่อน แต่ความทรงจำของเขาก็มีคนสองคนนี้อยู่ด้วยเสมอ

แต่ว่า หัวใจของเขากลับมอบให้กับผู้ชายที่ชื่อยุนโฮไปจนหมดทั้งหัวใจ

ทั้งๆที่เขาเองก็รู้ว่าชางมินคิดยังไง

ขอโทษนะชางมิน พี่รักยุนโฮ

รัก..ทั้งๆที่เรื่องมันจบลงแบบนี้

...................

ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล
ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ


“ยุนโฮ เป็นอะไรไป”

“แจจุง วันนี้จุนซูทำท่าเหมือนจะฆ่าตัวตายเลย เรากลัว..กลัวว่าเขาจะจากเราไป”น้ำเสียงสั่นเครือที่แจจุงไม่เคยได้ยินทำให้เขาเจ็บปวด...

รักเขามากขนาดนั้นเลยเหรอยุนโฮ

“ไม่เป็นไรหรอก ยุนโฮอยู่ข้างๆจุนซูตลอด ทำให้เขารู้สึกว่าเขามีค่าสิ”

น้ำเสียงที่วูบไหวทำให้ยุนโฮต้องเงยหน้าจากฝ่ามือใหญ่

“แจจุง เรา..เราขอโทษ”นายมันเลวยุนโฮ รู้ทั้งรู้ว่าแจจุงรู้สึกยังไงยังมีหน้ามาพูดเรื่องจุนซูอีก

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”แจจุงผลักไหล่หนาเบาๆ ก่อนจะฝืนยิ้มให้กับอีกฝ่าย

เจ็บ แต่ก็ยังดีที่ยังมีคุณค่าในสายตา

.....................

แต่อีกคนหล่ะ แค่ค่าที่จะมองเห็น ยังไม่มี

..................

“ชางมิน พี่เอาของฝากจากหมียุนมาให้”แจจุงยิ้มให้กับคนที่นั่งอ่านหนังสือ

“วางไว้แถวๆนั้นแหละครับ”ชางมินพูดทั้งๆที่ไม่เงยหน้าจากหนังสือ

“งอนเหรอ อย่าโกรธเลยน่า ก็ยุนโฮเค้ารีบจริงๆ แล้วบ้านพี่ก็ใกล้บ้านยุนโฮกว่าบ้านนาย..”

“ขอโทษนะครับ ผมอ่านหนังสืออยู่”ชางมินพูดขัดก่อนจะสบตากับอีกฝ่าย

น้ำเสียงราบเรียบนั้นอาจทำให้ใครหลายๆคนโกรธ แต่ไม่ใช่กับแจจุง..ร่างบางกัดริมฝีปากไม่เบาก่อนจะปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ของมัน

“เขา..อึก..เขาแค่มา..เก็บของ..ป..ไปอยู่กับ...อึก..จุนซู...ฮือๆ”

ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่สนใจอีกแล้ว แต่ทำไมร่างกายถึงต้องรีบไปประคองกอด

ทั้งๆที่ตั้งใจจะเฉยชา แต่น้ำตาเพียงหยดเดียวคนโง่อย่างเขาก็ต้องเจ็บไปด้วย

“อย่าร้องครับ อย่าร้อง”เสียงกระซิบซ้ำซาก แต่มันก็ไม่เคยได้ผล

เจ็บ แต่เขาทำได้เท่านี้เอง

แค่ที่ซับน้ำตาที่แกล้งทำเป็นไม่เจ็บปวด

......................

แต่ขอแค่ได้ยืนรอรอเธออยู่ได้ไหม
อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง



“ป..ปล่อย..ปล่อยยย....”เสียงตะโกนที่ดังขึ้นมาในความเงียบสงบของคอนโดไม่ได้ทำให้ผู้พักอาศัยต้องตื่นจากนิทราเพราะว่ามันถูกกั้นไว้อย่างดีภายในห้องเก็บเสียง

ร่างสูงกอดร่างที่เล็กกว่าไว้แน่น ไม่สนใจแรงขัดขืนของอีกฝ่าย

หัวใจวูบไหวราวกับจะตอกย้ำกับตัวเองว่าให้ชินซะที

เพียงแค่คิดว่าหากเขามาไม่ทัน ถ้าหากร่างเล็กเตะเก้าอี้เร็วกว่านี้อีกนิด

เพียงแค่คิดว่าโลกนี้จะไม่มีจุนซู

น้ำตาก็ไหลลงมา

นี่สินะ ความอ่อนแอที่ชื่อว่า ความรัก

จะอีกนานแค่ไหน เธอก็อยากรอเขาใช่ไหม
จะทำอย่างไร ใจเธอก็ไม่ลืม


“จุนซู ฟังนะ ยูชอนตายไปแล้ว เขาจะไม่มีวันกลับมาอยู่ข้างๆจุนซูอีกแล้ว”

ไม่ ไม่จริง ไม่เชื่อ..

“อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย ลืมมันไปเสียจุนซู อย่ารักยูชอนอีกเลย”

พูดอะไร ไม่เข้าใจ...

“ยูชอน ยูชอนมาพาเราออกไปหน่อย เราไม่ชอบที่นี่”จุนซูดิ้นไม่หยุดแต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากเก้าอี้ที่มัดร่างกายของเขาไว้ได้

“จุนซู จุนซู”เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความร้อนรนยามที่เขย่าร่างเล็ก

น้ำตา และใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความทรมานของจุนซูทำให้ยุนโฮเจ็บ

แม้แต่ตอนฝัน ก็ไม่เคยลืมเขาเลยใช่ไหม

“ยูชอน..เราฝันร้าย”ร่างเล็กพูดทั้งๆที่หลับตา ไม่ได้สังเกตเลยว่าอ้อมกอดนั้นเป็นของใครอีกคน

ทำได้แค่กอด..กอดเอาไว้จนกว่าอีกคนจะหลับตาลงได้

ไม่เป็นไรจุนซู คิดว่าเราคือยูชอนก็ได้

ถ้าหากว่ามันจะทำให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไป

.........

แล้วฉันจะรอเหมือนกัน
เพราะฉันก็ไม่อาจฝืน
ฉันเข้าใจ ความขมขื่น
จิตใจของคนที่คอยอย่างนี้


“ผมรักพี่แจจุง”

ชางมินสบตาคนที่ยืนตกตะลึงตรงหน้า

“ชางมิน”เสียงอ่อนแรงดังจากริมฝีปากอิ่ม

“พี่...”ร่างสูงไล้ปลายนิ้วไปบนริมฝีปากของแจจุง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

“ผมรู้ครับ”ชางมินยิ้มให้กับคนที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อ

“ขอโทษ”ชางมินกอดคนที่เขารักจนหมดหัวใจไว้ในอ้อมแขน

“อย่าขอโทษ พี่แจจุงไม่ผิด ไม่มีใครผิดทั้งนั้น”

แจจุงกำเสื้อเชิ้ตของชางมินไว้แน่นเพื่อกลั้นสะอื้น

“พี่..พี่ไม่อยากให้ชางมินเจ็บ อย่ารักพี่เลยนะ”

“คนโง่..พี่ยังเลิกรักพี่ยุนโฮไม่ได้เลย แล้วยังมาสั่งให้ผมเลิกรักพี่เนี่ยนะ”

“มันเจ็บ”ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีก

……


“จุนซูครับ ทานอะไรหน่อยนะ”ดวงตาคู่นั้นกำลังร้องไห้ ร้องไห้ทั้งๆที่ไม่มีน้ำตา

ทุกวันนี้ จุนซูแทบจะไม่พูดกับใคร ปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

เอาแต่นั่งเหม่อลอยมองไปยังขอบฟ้าไกล

ยุนโฮป้อนข้าวต้มให้กับร่างบางที่นับวันก็ยิ่งเหมือนภาพวาดที่สีซีดจางลงเรื่อยๆ

ทั้งๆที่ทรมานขนาดนี้ แต่ยังไม่เคยตัดใจ นี่สินะ..

..ความรัก..

...........................

“ขอโทษแจจุง เราไม่เคยคิดเกินกว่าเพื่อน”

แววตาเจ็บช้ำของยุนโฮทำให้แจจุงเจ็บปวด เราทำร้ายนายอยู่ใช่ไหม..ยุนโฮ

“เรา...เรารักจุนซู...”

น้ำเสียงที่สำนึกผิดนั้นสั่นไหว แจจุงกัดริมฝีปากไม่เบาเลย

...เจ็บ..เจ็บเหลือเกิน

“ขอโทษนะ”

อย่าขอโทษ เราผิดเองยุนโฮ ผิดเองที่รักนาย

.............................


ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล
ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ


“พี่แจจุง”น้ำเสียงอ่อนแรงของชางมินเรียกรอยยิ้มเศร้าของแจจุงให้ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก

“เด็กโง่”มือที่เย็นราวกับน้ำแข็งแตะใบหน้าซูบของอีกฝ่าย

ไม่เจอกันเพียงแค่สองสัปดาห์แต่ชางมินกลับดูหม่นเศร้าเหลือเกิน และเขาเองก็รู้ว่าเพราะอะไร

“ผม...ขอโทษ”มันเป็นเรื่องราวซ้ำๆที่อ้อมแขนของชางมินจะกอดเขาไว้

แต่มันก็ไม่เคยอุ่น

โซ่ตรวนที่ชื่อว่าความรักกำลังกัดกร่อนพวกเขาทั้งคู่

แจจุงรู้ดี

แต่ก็ไม่อาจจะเอ่ยคำพูดอะไรออกไป

ในเมื่อเขาเองก็หยุดรักยุนโฮไม่ได้ แล้วเขาเองจะมีสิทธิ์อะไรไปห้ามหัวใจของคนๆนี้

............

“มองผมสิ จุนซู มองผมให้ชัดๆ เขาตายไปแล้ว”มือหนาเขย่าไหล่คู่นั้นจนร่างเล็กแทบจะทรงตัวไม่อยู่

น้ำตาของยุนโฮไม่เคยมีความหมายกับจุนซู

และเขาเองก็รู้ดี

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถเมินเฉยกับคนๆนี้ได้

อยากจะเดินจากไป แต่หัวใจก็เรียกร้องให้ทำอะไรสักอย่าง

อย่างน้อยก็มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไหม...จุนซู...
.............

แต่ขอแค่ได้ยืนรอรอเธออยู่ได้ไหม
อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองกลับมา


“ยุนโฮยังอยู่ที่นี่ ในหัวใจ”ดวงตาเศร้าสร้อยบีบหัวใจชางมินจนเจ็บ

“ผมทำได้แค่นี้จริงๆพี่แจจุง รักพี่ได้แค่นี้ มันอาจไม่พอที่จะทำให้พี่หายเจ็บ”

น้ำตาของแจจุงที่เอ่อล้น ไม่ต่างกันกับน้ำตาจากชางมิน

“แต่ผมขออยู่ตรงนี้ ดูแลพี่ รักพี่...อย่างที่มันเคยเป็น”

……..

วินาทีที่เห็นว่าหัวใจของเขาเดินเหม่อลอยอยู่กลางถนน

แสงจัดจ้าของสีสันรอบๆตัวก็ดูหม่นหมอง

ร่างกายเอื้อมคว้าอย่างไร้สติ

และมันก็ว่างเปล่า

มีเพียงหัวใจที่ยังเรียกร้องให้มองหาคนๆนั้น

คนที่ชอง ยุนโฮคนนี้รักหมดหัวใจมาตลอด


ได้มองกลับมาที่ฉัน สักครั้ง
อยากให้เธอมองฉันด้วยหัวใจบ้าง


“จุนซู อย่าร้อง”เสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างอ่อนแรง ไม่ได้ทำให้ใครอีกคนรู้สึกเลยว่าเสียงนั้นแผ่วเบาเพียงใด

ครั้งแรกและครั้งเดียวที่น้ำตาของคิม จุนซูมีไว้เพื่อใครซักคนที่ไม่ใช่ปาร์ค ยูชอน

“ยุนโฮ ยุนโฮอย่าตายนะ อย่าตาย ห้ามตายนะ”มือที่กุมเขาไว้ในคืนที่อ้างว้าง ตอนนี้มันกลับค่อยๆเย็นลง

“อย่าร้อง..ยิ้มสิจุนซู...รอยยิ้มของจุนซูดีที่สุด”

“ไม่จริง....ไม่จริงใช่ไหม”

…………..

สิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์

มีจริงหรือเปล่า

ดวงตาคู่นั้นยังคงพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำ

ถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้

ผมขอไม่เรียนบทเรียนบทนี้

บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตของคุณ

...........


แล้วเธอจะเห็นภาพนั้น เห็นคนที่เขารอนั้น
สะท้อนภาพสิ่งที่เธอเป็นอยู่


“อืม ขอบคุณนะยุนโฮ”น้ำเสียงอ่อนโยนของแจจุงทำให้ผมเจ็บ

กระชับอ้อมแขน

กอดคนที่อยู่ในห้วงนิทราให้แน่นเข้า

แต่ถึงอย่างนั้น

ชื่อที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากนี้

ก็ไม่เคยใช่ ชางมิน

……….

อย่าเอ่ยคำรักหวานหู เพราะผมรู้ว่ามันไม่จริง

“คุณคิม จุนซูครับเชิญด้านในเลยครับ”

“จุนซูไม่รักผมแล้วเหรอ”

“เป็นยังไงบ้างครับ”เสียงทุ้มของคุณหมอ แตกต่างจากเสียงแหบพร่าของคุณ

“จุนซู ไหนคุณบอกว่ารักผม”

“เขายังอยู่ตรงนี้ครับ”ผมก้มหน้าลง

“คุณทานยารึเปล่า”

“ครับ”

“งั้นบางทีเราอาจจะต้องเพิ่มโดสยา คุณโอเคไหม”

“จุนซู คุณเกลียดผมแล้วเหรอ ไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหม”

น้ำตาของเขาทำให้หัวใจของผมสั่นไหว

ผมเอื้อมมือไปจับขอบโต๊ะ พยายามอดกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น

“ได้โปรดอย่าลองลดยาแบบนี้อีกเลยครับ ผมทนไม่ได้”

“ทั้งๆที่ผมรักคุณขนาดนี้ จุนซู”

“ใจเย็นๆครับจุนซู ไม่เป็นไรมันเป็นแค่จินตนาการนะครับ”

“อย่ามาแตะ ไม่เอา อย่ามากอด นายตายไปแล้วยูชอน ตายไปแล้ว ได้ยินไหม ไม่เอา ออกไป”

รอยเล็บที่ขีดข่วนลงบนแขนของผม ไม่ได้ทำให้เขาปล่อยผมออกจากอ้อมกอดนั้น

“ตามบุรุษพยาบาลเร็วเข้า จับเขาไว้”

จากไปเสียทียูชอน

เรา..รักกันไม่ได้อีกแล้ว

ฉันเข้าใจ ความขมขื่น
จิตใจของคนที่คอยอย่างนี้


ความหวัง

การรอคอย

และเจ็บซ้ำๆ

จนต้องวิ่งหนี

ทั้งๆที่คิดว่าเข้มแข็ง

แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า

ทุกครั้งที่เดินจากไป

เจ็บเจียนตาย

....และมันไม่เคยต่างกันเลย.....

fin

talk ..จบแล้วค่ะ เกือบตาย เจ็บปวดกับฟิกเรื่องนี้อ่ะ

จบลงไปแบบงงๆอีกแล้ว งืมม

edit @ 18 Aug 2008 22:58:48 by momo_rina